ลูกไม่ถ่าย มีสาเหตุมาจากอะไร และควรแก้ไขอย่างไร
การขับถ่ายเป็นกลไกของร่างกายคนเราที่ช่วยขับไล่ของเสียออกจากร่างกาย เมื่อร่างกายมีการขับถ่ายที่ดีก็จะส่งผลให้ทั่วทั้งร่างกายมีภาวะสุขภาพสมบูรณ์เด็กเล็ก ๆ วัยทารกและวัยเด็กเล็กการขับถ่ายเป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้ผู้ใหญ่
หลายๆ ครั้งคุณพ่อคุณแม่อาจเกิดความกังวลใจเมื่อ ลูกท้องผูก ไม่ถ่าย อย่างปกติที่ควรจะเป็น ถ่ายไม่ออกติดต่อกันหลายวัน ซึ่งสาเหตุนั้นจะมาจากอะไร และมีวิธีแก้ไขอย่างไร ลองไปดูกัน
สาเหตุที่ลูกไม่ถ่าย
ก่อนที่จะทราบถึงวิธีการทำอย่างไรเมื่อ ลูกไม่ถ่าย ต้องทราบถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกไม่ขับถ่ายเสียก่อน เพราะสาเหตุที่ต่างกันก็มีวิธีการแก้ไขต่างกันด้วย คือ
1. ลูกไม่ได้ทานนมแม่
การที่ลูกน้อยไม่ได้ทานนมแม่ โดยเฉพาะในวัยทารกและเด็กเล็ก เป็นสาเหตุหนึ่งของการถ่ายยากหรือท้องผูกที่พบได้บ่อย เนื่องจากในนมแม่มีโปรตีนที่ย่อยง่าย และยังมีใยอาหารพรีไบโอติกที่เป็นอาหารเลี้ยงจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ช่วยเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ของลูกน้อยให้แข็งแรงขับถ่ายง่าย
2.ลูกดื่มน้ำน้อยเกินไป
ปกติในทารกวัยตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือนที่ทานนมแม่ได้เต็มที่ จะไม่ต้องทานน้ำตาม แต่เมื่ออายุ 6 เดือนลูกต้องได้รับอาหารตามวัย อาจเป็นผลทำให้ลูกน้อยท้องผูก ถ้ายิ่งทานน้ำน้อยก็จะยิ่งเกิดปัญหา ถ่ายไม่ออก ไม่ถ่าย เมื่อลูกไม่ยอมถ่าย อุจจาระจะยิ่งข้นแข็งผ่านลำไส้ออกมาได้ยากมากขึ้น เกิดเป็นปัญหาเรื้อรังของการขับถ่าย
3. ลูกเคลื่อนไหวร่างกายน้อย
เมื่อลูกไม่ถ่ายคุณพ่อคุณแม่อาจจะคิดว่าลูกผิดปรกติเพราะสาเหตุอื่นๆ พยายามแก้ไขหลายวิธีแต่ก็ไม่เป็นผล แท้จริงอาจจะเกิดจากการที่ลูกรักไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกาย ถูกผู้ใหญ่อุ้มตลอดเวลา ลำไส้ก็จะไม่ค่อยเคลื่อนไหว มีการบีบตัวไม่ดี อุจจาระจึงถูกขับออกมาจากลำไส้ได้ยาก
4. รับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป
ในเด็กวัย 6 เดือนขึ้นไป คุณพ่อคุณแม่จะเริ่มให้รับประทานอาหารตามวัย หากลูกได้รับอาหารที่มีกากใยน้อย เช่น ไม่ได้ให้ผัก ผลไม้ เช่น กล้วย แครอท ผักใบเขียว เสริมไปในมื้ออาหาร ลูกก็อาจขับถ่ายยาก ไม่ถ่าย ดังนั้นจึงควรให้อาหารเสริมที่มีกากใยเพื่อช่วยให้ขับถ่ายคล่อง
5. ลูกน้อยอยู่ในช่วงป่วย
หากเด็กเล็ก ๆ ป่วยเช่นเป็นไข้หวัดก็ส่งผลให้ระบบขับถ่ายผิดปกติในช่วงนั้นได้ ทำให้ไม่ถ่ายตามปกติสม่ำเสมอ
ผลกระทบเมื่อลูกไม่ถ่าย
เมื่อลูกรักวัยทารกและเด็กเล็กเกิดภาวะท้องผูกหรือไม่ถ่ายสม่ำเสมอ ดูได้จากเด็กแรกเกิดถึงสามเดือนที่ทานนมแม่ ควรจะถ่ายวันละ 1-5 ครั้งและในวัย 6 เดือนควรถ่ายวันละ 1-3 ครั้ง และเด็กเล็กควรถ่ายวันละ 1-2 ครั้ง แต่สำหรับเด็กบางคน ก็อาจจะถ่าย 1 หรือสองวันถ่ายครั้งหากอุจจาระไม่ได้แข็งเป็นก้อน หรือเป็นกระสุน ไม่แสดงความเจ็บปวดขณะเบ่งถ่าย ก็ไม่ถือว่าผิดปกติแต่อย่างใด เมื่อเกิดความผิดปกติในการขับถ่ายจะส่งผลกระทบต่อลูก ได้แก่
1. เกิดผลต่อสุขภาพ
ลูกไม่ถ่ายติดต่อกันนานๆ บ่อยครั้งเข้าจะส่งผลต่อสุขภาพ เพราะร่างกายไม่สามารถระบายของเสีย ทำให้ของเสียสารพิษต่างๆคั่งค้าง มีผลต่อลำไส้ระบบขับถ่ายและต่อสุขภาพ
2. เกิดผลต่อพัฒนาการทางร่างกาย
การควบคุมการขับถ่ายถือเป็นพัฒนาการหนึ่งที่เด็ก ๆ จะต้องมี เมื่อควบคุมการขับถ่ายไม่ดี ไม่สามารถขับถ่ายได้เป็นปกติสม่ำเสมอ อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมพัฒนาการทางร่างกายต่างๆ
3. เกิดผลต่ออารมณ์และจิตใจ
เมื่อเด็กไม่ขับถ่าย ถ่ายไม่ออก ก็จะรู้สึกหงุดหงิด จิตใจไม่แจ่มใสร่าเริง เพราะรู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว เวลาที่ต้องขับถ่ายก็จะโยเยร้องไห้หงุดหงิดเนื่องจากรู้สึกเจ็บปวดเวลาเบ่ง ทำให้กลายเป็นเด็กเลี้ยงยากไม่ร่าเริงแจ่มใส ไม่อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ
ทำอย่างไรให้ลูกน้อยขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
1. ให้ลูกได้เคลื่อนไหวร่างกาย
ในเด็กทารกแรกเกิดถึงสามเดือนให้จับลูกพลิกตัวบ้าง เล่นกับลูกให้ ลูกได้เคลื่อนไหวแขนขา เป็นการเคลื่อนไหวร่างกาย เด็กวัยคลานและหัดเดินให้คุณพ่อคุณแม่ล่อหลอกให้ลูกได้คลานได้เล่นมากขึ้น และในเด็กเล็กให้มีกิจกรรมที่ช่วยให้เด็กเคลื่อนไหวออกกำลัง
2. สร้างวินัยและนิสัยในการขับถ่าย
ในเด็กวัยคลานที่เริ่มนั่งกระโถนได้ ให้คุณพ่อคุณแม่จัดเวลาให้เด็กได้นั่งกระโถนทุกวันสม่ำเสมอ เช่นในเวลาหลังอาหารมื้อเช้า จะทำให้ร่างกายลูกน้อยจัดระบบในการขับถ่ายจนเคยชิน ช่วยแก้ปัญหาขับถ่ายยากได้
3. จัดโภชนาการช่วยในการขับถ่าย
ทารกที่กินนมแม่ เมื่อขับถ่ายยากหรือลูกไม่ถ่ายอาจเนื่องมาจากอาหารที่แม่รับประทาน ให้ลองเปลี่ยนเมนูอาหารคุณแม่ก็จะช่วยได้ เด็กที่เริ่มรับประทานอาหาร ให้เสริมอาหารที่มีกากใยสูง เช่นผัก ผลไม้ในมื้ออาหาร หรือรับประทานน้ำผลไม้ ได้แก่ น้ำแอปเปิ้ล น้ำลูกแพร์ น้ำลูกพลัม
หรือในกรณีที่ลูกกินนมผสม อาจปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกนมสูตรคอมฟอร์ท ซึ่งเป็นนมที่มีการปรับสารอาหารให้เหมาะสมกับเด็กที่มีปัญหาไม่สบายท้อง รวมทั้งช่วยลดอาการท้องผูกได้ จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับคุณแม่ก่อนการใช้ยา
4. ปรึกษาแพทย์
ในเด็กเล็ก ๆ บางรายที่ไม่ถ่ายหรือถ่ายยากอาจเป็นผลมาจากความผิดปกติของโรคบางชนิด ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบกุมารแพทย์ให้ตรวจวินิจฉัย
เมื่อลูกไม่ถ่าย หรือถ่ายยาก อาจเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ไปด้วย แต่การช่วยเหลือแก้ไขก็ไม่ใช่สิ่งที่ยากเกินไป ลองทำตามข้อมูลที่ได้นำมาฝากก็จะพบว่าลูกน้อยถ่ายได้ง่ายขึ้นและสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง
ขอขอบคุณข้อมูล ลูกไม่ถ่ายจาก:
www.samitivejhospitals.com/th/ท้องผูกในเด็ก/
http://www.khonkaenram.com/th/services/health-information/health-articles/Constipation
www.bangkokhospital.com/th/disease-treatment/constipation