คุณแม่ท้องน้ำหนักเพิ่มเท่าไรจึงพอดี
14 ธ.ค. 63
68
คุณแม่ท้องต้องน้ำหนักเพิ่มเท่าไรจึงพอดี

คุณแม่คงเคยได้ยินคำที่ว่า คุณแม่ท้องต้องมีน้ำหนักตัวเพิ่ม “ตามเกณฑ์” ใช้ไหมคะ ทราบหรือไม่คะว่า ทำไมการที่คุณแม่มีน้ำหนักเพิ่มตามเกณฑ์จึงมีความสำคัญ
การเพิ่มน้ำหนักตัวตามเกณฑ์ ทำให้คุณแม่สามารถลดความเสี่ยงต่อไปนี้ได้ค่ะ
  1. น้ำหนักตัวเพิ่มน้อยเกินไป จะมีความเสี่ยงที่ลูกน้อยอาจมีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำกว่าเกณฑ์ คือน้อยกว่า 2.5 กก.ค่ะ
  2. น้ำหนักตัวเพิ่มมากเกินไป อาจทำให้คุณแม่ท้องปวดหลัง และเส้นเลือดขอด และอาจเป็นสาเหตุของภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น  โรคเบาหวานเนื่องจากการตั้งครรภ์(Gestational Diabetes – GDM)  และความดันโลหิตสูงเนื่องจากการตั้งครรภ์(Pregnancy-induced Hypertension – PIH) นะคะ
  3. มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่อาจคลอดลูกตัวใหญ่ ซึ่งอาจกลายเป็นคนอ้วนในอนาคต นอกจากนี้ อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอดได้อีกด้วยค่ะ
แล้วการเพิ่มน้ำหนักตามเกณฑ์นั้นเป็นอย่างไร มาดูคำตอบด้านล่างนี้นะคะ เริ่มจากอัตราการเพิ่มของน้ำหนักตัวระหว่างการตั้งครรภ์ ควรเป็นดังนี้ค่ะ น้ำหนักตัวสามารถเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาส 2 และ 3 (ช่วง 6-9 เดือน) โดยขึ้นสัปดาห์ละ 0.5 กก. หรือ 0.7 กก. ถ้าเป็นลูกแฝดนะคะ โดยคุณแม่ต้องวัดดัชนีมวลกาย หรือ BMI ของคุณแม่ก่อนท้องว่าอยู่ในระดับใดก่อนนะคะ

สูตรคำนวณน้ำหนักแม่ตั้งครรภ์ BMI* = น้ำหนัก (กิโลกรัม)   
       ความสูง (เมตร) x ความสูง (เมตร)
BMI สถานะน้ำหนักตัวคุณแม่ก่อนตั้งครรภ์
< 18.5 น้ำหนักตัวน้อยเกินไป
 
18.5 - 22.9
 
น้ำหนักตัวเหมาะสม
23 – 29.9
 
น้ำหนักตัวมากเกินไป
≥ 30 อ้วน
 

BMI

< 18.5

สถานะน้ำหนักตัวคุณแม่ก่อนตั้งครรภ์

น้ำหนักตัวน้อยเกินไป

BMI

18.5 - 22.9

น้ำหนักตัวน้อยเกินไป

น้ำหนักตัวเหมาะสม

BMI

23 – 29.9

น้ำหนักตัวน้อยเกินไป

น้ำหนักตัวมากเกินไป

BMI

≥ 30

น้ำหนักตัวน้อยเกินไป

อ้วน


จากนั้นลองมาดูตารางเปรียบเทียบน้ำหนักดูนะคะ ว่าคุณแม่ควรมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาก-น้อยเพียงใด ตามเกณฑ์ในตารางด้านล่างนี้ค่ะ (ที่มา Institute of Medicine (IOM) 2009)
 
BMI (กก./ตร.ม.) น้ำหนักที่ควรเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ (กก.) น้ำหนักที่ควรเพิ่มในไตรมาสที่ 2 และ 3 (กก./สัปดาห์)
น้ำหนักน้อย (< 18.5) 12.5-18
 
0.51 (0.44-0.58)
 
น้ำหนักตัวเหมาะสม (18.5 - 22.9)
 
11.5-16 0.42 (0.35-0.50)
น้ำหนักเกิน (23 – 29.9)
 
7.0-11.5 0.28 (0.23-0.33)
อ้วน (≥ 30) 5.0-9.0
 
0.22 (0.17-0.27)

BMI (กก./ตร.ม.)

น้ำหนักน้อย (< 18.5)

น้ำหนักที่ควรเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ (กก.)

12.5-18

น้ำหนักที่ควรเพิ่มในไตรมาสที่ 2 และ 3 (กก./สัปดาห์)

0.51 (0.44-0.58)

BMI (กก./ตร.ม.)

น้ำหนักตัวเหมาะสม (18.5 - 22.9)

น้ำหนักที่ควรเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ (กก.)

11.5-16

น้ำหนักที่ควรเพิ่มในไตรมาสที่ 2 และ 3 (กก./สัปดาห์)

0.42 (0.35-0.50)

BMI (กก./ตร.ม.)

น้ำหนักเกิน (23 – 29.9)

น้ำหนักที่ควรเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ (กก.)

7.0-11.5

น้ำหนักที่ควรเพิ่มในไตรมาสที่ 2 และ 3 (กก./สัปดาห์)

0.28 (0.23-0.33)

BMI (กก./ตร.ม.)

อ้วน (≥ 30)

น้ำหนักที่ควรเพิ่มตลอดการตั้งครรภ์ (กก.)

5.0-9.0

น้ำหนักที่ควรเพิ่มในไตรมาสที่ 2 และ 3 (กก./สัปดาห์)

0.22 (0.17-0.27)


น้ำหนักของคุณแม่ที่เพิ่มขึ้นนั้นไปอยู่ที่ส่วนใดในร่างกายบ้าง
 
ตำแหน่ง น้ำหนัก (กก.)
ทารกในครรภ์
 
3.6
รก
 
0.9-1.4
น้ำคร่ำ
 
0.9-1.4
เต้านม 0.9-1.4
 
เลือดที่หล่อเลี้ยงมดลูก
 
1.8
มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น
 
0.9-2.3
ไขมันที่สะสมไว้สำหรับการคลอดและการให้นมลูก
 
2.3-4.1
รวม 11.3-16
 

ตำแหน่ง

ทารกในครรภ์

น้ำหนัก (กก.)

3.6

ตำแหน่ง

รก

น้ำหนัก (กก.)

0.9-1.4

ตำแหน่ง

น้ำคร่ำ

น้ำหนัก (กก.)

0.9-1.4

ตำแหน่ง

เต้านม

น้ำหนัก (กก.)

0.9-1.4

ตำแหน่ง

เลือดที่หล่อเลี้ยงมดลูก

น้ำหนัก (กก.)

1.8

ตำแหน่ง

มดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้น

น้ำหนัก (กก.)

0.9-2.3

ตำแหน่ง

ไขมันที่สะสมไว้สำหรับการคลอดและการให้นมลูก

น้ำหนัก (กก.)

2.3-4.1

ตำแหน่ง

รวม

น้ำหนัก (กก.)

11.3-16


เมื่อทราบเกณฑ์มาตรฐานของการเพิ่มของน้ำหนักระหว่างตั้งครรภ์แล้ว คุณแม่ท้องต้องเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ โดยให้สมดุลกับความต้องการไม่มากหรือน้อยเกินไปนะคะ เพราะจะมีผลกระทบต่อการเพิ่มน้ำหนักซึ่งนั่น ก็คือการเจริญเติบโตของทารกน้อยในครรภ์นะคะ และต้องรับประทานอาหารให้มีความหลากหลายครบทั้ง 5 หมู่ด้วยนะคะ

บทความที่เกี่ยวข้อง